Nespresso กาแฟ วันกาแฟสากล

“1 ตุลาคม วันกาแฟสากล” ชวนตามหากาแฟที่โดดเด่นที่สุดแห่งปี 2018

Home / โปรโมชั่นร้านอาหาร / “1 ตุลาคม วันกาแฟสากล” ชวนตามหากาแฟที่โดดเด่นที่สุดแห่งปี 2018

ตุลาคม วันกาแฟสากล” ชวนตามหากาแฟที่โดดเด่นที่สุดแห่งปี 2018

จากแหล่งต้นกำเนิดกาแฟที่หายากทั่วโลก

กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่นิยมไปทั่วโลก รสชาติของเมล็ดกาแฟมีความหลากหลาย ด้วยแหล่งกำเนิดของเมล็ดพันธุ์ที่แตกต่างกัน และปัจจุบันไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถดื่มด่ำไปกับกาแฟได้ทุกที่ ทำให้มีการเฉลิมฉลองวันกาแฟมีอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก โดยแต่ละประเทศต่างก็มีการจัดตั้งวันกาแฟแห่งชาติ (National Coffee Day) ไม่ตรงกัน

เดิมหลายประเทศนิยมฉลองวันกาแฟในวันที่29กันยายน กระทั่งองค์กรกาแฟสากล (International Coffee Organization) ก็ได้เห็นชอบที่จะเปิดตัวงานเฉลิมฉลองวันกาแฟสากลอย่างเป็นทางการขึ้นครั้งแรก ในวันที่ 1ตุลาคม 2558เพื่อให้เหล่าคอกาแฟได้มาร่วมฉลองการดื่มกาแฟกันอย่างสนุกสนาน และยังจะถูกใช้เพื่อส่งเสริมการรับซื้อผลผลิตกาแฟในราคาที่เป็นธรรมด้วย

เนื่องใน “วันกาแฟสากลในปี 2561NESPRESSO (เนสเพรสโซ) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระดับพรีเมี่ยม ชวนค้นหากาแฟสุดพิเศษแห่งปีกับ4รสชาติของกาแฟจากแหล่งต้นกำเนิดกาแฟสุดพิเศษที่หาได้ยาก ได้แก่ นิการากัว, กาลาปากอส, สาธารณรัฐโดมินิกัน และอินเดีย ในคอลเลกชั่น Explorations 2018 (เอ็กซ์พลอเรชั่น2018) ที่พาคุณหลงใหลไปกับรสชาติของกาแฟ พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัยไปกับนักสำรวจจาก เนสเพรสโซ กับการเดินทางไปคัดสรรกาแฟจากแหล่งกำเนิดที่มีความโดดเด่นมากที่สุดแห่งปี โดยมาพร้อมกับลวดลายสุดพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากแหล่งผลิตบรรจุลงในกล่องสุดพิเศษนี้

 

Explorations 2018 (เอ็กซ์พลอเรชั่น2018) ถือเป็นผลลัพธ์ของความท้าทายจากนักสำรวจและผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟของเนสเพรสโซ ที่ได้เดินทางไปทั่วโลกเพื่อตามหากาแฟที่เป็นความโดดเด่นที่สุดแห่งปี จนกระทั่งค้นพบ 4แหล่งต้นกำเนิดกาแฟที่หายากดุจอัญมณีที่มีค่า ซึ่งมาพร้อมกลิ่นที่มีความพิเศษมากกว่ากาแฟทั่วไปทั้งในเรื่องของพื้นที่เพาะปลูกกาแฟจากประเทศหรือแหล่งที่มาที่เฉพาะตัว รวมไปถึงกลิ่นและรสชาติของกาแฟที่ไม่เหมือนใคร ซึ่ง Explorations 2018 (เอ็กซ์พลอเรชั่น 2018)  ได้รวบรวมความพิเศษทั้งหมดนี้ไว้ให้คุณแล้ว

นอกจากนี้ภายในกล่องยังมาพร้อมชุดแก้วReveal Espresso Intense Glasses ชุดแก้วในรูปทรงของแก้วไวน์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มอรรถรสการดื่มกาแฟให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น รวมไปถึงหนังสือที่จะบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของแหล่งต้นกำเนิดกาแฟที่สุดพิเศษนี้ โดยทั้งหมดมีวางจำหน่ายในจำนวนจำกัดอีกด้วย

Shirin Moayyad ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟจากเนสเพรสโซ กล่าวว่า “ในขณะที่ฉันได้เดินทางไปชิมกาแฟจากทั่วโลก ฉันมีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติของกาแฟจากหลายๆ ที่ และมันทำให้ฉันประหลาดใจมาก จนอยากที่จะรู้เรื่องราวของความพิเศษนี้ในทันที นั่นคือเรื่องราวที่นำมาสู่การเป็นกาแฟใน Explorations box ที่มีความพิเศษโดยไม่จำเป็นว่าจะต้องมาจากสถานที่ที่เราคาดหวังเสมอไป ซึ่งบางแหล่งต้นกำเนิดอาจอยู่บนพื้นที่ห่างไกล หรือมีความแปลกและแตกต่างด้านสภาพแวดล้อม ซึ่งทั้งหมดล้วนสามารถเปลี่ยนกาแฟธรรมดาให้เป็นสมบัติดุจอัญมณีที่มีค่าได้ และเรารู้สึกว่ากาแฟเหล่านี้สมควรที่จะถูกบอกเล่าถึง ความพิเศษจากเรื่องราวที่สุดแสนอัศจรรย์”

Nespresso Explorations 2018 box (เนสเพรสโซ เอ็กซ์พลอเรชั่น บ็อกซ์ 2018) ราคา 3,300บาท ประกอบด้วย India Mylemoney1 sleeve (10แคปซูล), Nicaragua Las Marias 1 sleeve (10แคปซูล), República Dominicana Valle Del Cibao1 sleeve (10แคปซูล), Galapagos Santa Cruz

 

1 sleeve (10แคปซูล), ชุดแก้วReveal Espresso Intense Glasses 2ใบ และหนังสือนำเสนอเรื่องราวความเป็นมาของกาแฟแต่ละรสชาติจากแหล่งต้นกำเนิด และคำแนะนำเกี่ยวกับ 4รสชาติ

สำหรับ 4รสชาติของกาแฟ จากแหล่งต้นกำเนิดสุดพิเศษ ได้แก่

India Mylemoney แหล่งกำเนิดจากประเทศอินเดีย ด้วยรสชาติความละมุนของกาแฟที่มีความซับซ้อน แต่ผสมผสานกรรมวิธีตากแห้งจากธรรมชาติ รู้สึกถึงกลิ่นไหม้ ชวนให้นึกถึงขอบขนมปังที่ผ่านการอบร้อน

ความพิเศษของกาแฟ Mylemoney นั้นมาจากแหล่งเพาะปลูกหนึ่งเดียวที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สูงใกล้กับภูเขาBababudanที่เรียกว่าChikmagalurทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย โดยอินเดียมีการปลูกกาแฟครั้งแรก เมื่อ 300กว่าปีมาแล้ว ด้วยเมล็ดกาแฟที่ลักลอบนำเข้ามาจากอาหรับ โดยนักเดินทางที่ชื่อว่า Bababudanซึ่งเป็นที่มาของชื่อภูเขาBababudanในปัจจุบัน โดยในพื้นที่เพาะปลูกนี้อยู่ในระดับความสูง 1,200เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ จึงเป็นผลให้กาแฟมีความเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังผ่านกรรมวิธีการผลิตที่มีความพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกผลเชอร์รี่สุก หรือการเอาเยื่อของผลเชอร์รี่ออกอย่างเป็นมิตรกับธรรมชาติ รวมถึงการหมัก การล้าง และการทำให้แห้งภายใต้แสงแดดจากธรรมชาติ ซึ่งปัจจัยทั้งหมดที่ได้กล่าวมาทำให้ Mylemoney กลายเป็นกาแฟรสชาติพิเศษ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราเลือกกาแฟอินเดียมาเป็นหนึ่งในรสชาติพิเศษใน Explorations นี้

Nicaragua Las Marias แหล่งกำเนิดจากประเทศนิการากัว ด้วยรสชาติหวานและหอมกลิ่นฟรุ้ตตี้จากฟาร์มแห่งเดียวที่ผ่านกระบวนการ Honey Processed ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยเพิ่มความหวานให้กับกาแฟ

ความพิเศษของกาแฟ Nicaragua Las Marias คือมาจากพื้นที่ระดับความสูง 1,300เมตร เหนือระดับน้ำทะเล Finca Las Marias คือฟาร์มแรกในนิการากัวที่เป็นป่าฝน จึงนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และผลผลิตที่มีคุณภาพ แต่สิ่งที่ทำให้กาแฟชนิดนี้มีความโดดเด่นและพิเศษ คือกรรมวิธีที่เจ้าของดูแลฟาร์มเอาใจใส่ต้นกาแฟดุจคนในครอบครัว เริ่มต้นด้วยการเก็บกาแฟอย่างพิถีพิถัน มีทีมที่เก็บเมล็ดกาแฟด้วยคนงานผู้หญิงเท่านั้น โดยจะเก็บเฉพาะผลเชอร์รี่ที่มีความสุกระดับ 3ที่จะมีสีออกไปทางแดงม่วง และใช้กระบวนการผลิตที่เรียกว่า Black Honey อันหมายถึงการนำเมล็ดกาแฟที่แกะเปลือกขณะมียางมาตากแห้งทันที ในภาษาสเปนยางนี้ถูกเรียกว่า “mielหมายถึงน้ำผึ้ง และแม้ว่ากรรมวิธีการผลิตแบบนี้อาจไม่ได้ดูพิถีพิถันมากนัก แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ การเพิ่มความหวานให้กาแฟได้อย่างลงตัว รวมไปถึงกรดของรสชาติฟรุ้ตตี้ที่โดดเด่น จนทำให้คุณรู้สึกสบาย และละมุนไปกับรสชาติของกาแฟถ้วยนี้

República Dominicana Valle Del Cibao แหล่งกำเนิดจากประเทศสาธารณรัฐโดมินิกัน กับรสชาติหวานและฟรุ้ตตี้ โดดเด่นด้วยเอสเพรสโซคั่วระดับปานกลาง ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นถึงผลไม้และถั่ว สร้างรสสัมผัสของความเปรี้ยวละมุน ทำให้รสชาตินี้เป็นหนึ่งในกาแฟที่น่าค้นหา

ความพิเศษของกาแฟ República Dominicana Valle Del Cibao นั้นมากจากที่ปัจจุบันมีกาแฟอยู่ทั่วเกาะแคริบเบียน ซึ่งคุณอาจจะคิดว่าไม่มีอะไรโดดเด่น แต่แท้จริงแล้วนักสำรวจจากเนสเพรสโซได้พบกับ Altura de Cibao พื้นที่ที่โอบล้อมด้วยอากาศที่แปรปรวน เป็นผลมาจากพายุเฮอร์ริเคนในเกาะแคริบเบียน อันเป็นที่ตั้งของ The Valle del Cibaoหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างภูเขา 2ลูก โดยหนึ่งในนั้นเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในแคริบเบียน มีชื่อว่า The Pico Duarte ที่อยู่ระดับความสูง 3,098เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ทำให้ภูเขานี้กลายเป็นเครื่องป้องกันขนาดใหญ่ที่ลดการเกิดสภาพอากาศที่แปรปรวน จนนำมาสู่สภาพอากาศที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการเพาะปลูกกาแฟได้ตลอดทั้งปี และมีระยะการเก็บเกี่ยวที่สั้น ผลลัพธ์ที่ได้จากพื้นที่


แห่งนี้ คือ รสชาติละมุนของความหวานในแบบฟรุ้ตตี้ รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า นำมาซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของรสชาติที่สุดพิเศษจากแคริบเบียนและอเมริกากลาง

Galapagos Santa Cruz แหล่งกำเนิดจากเกาะกาลาปากอส ให้รสสัมผัสที่หวานและคล้ายขนมบิสกิตอบกรอบ สอดแทรกความขมในรสสัมผัสแบบโกโก้ ค่อนข้างเข้ม

ความพิเศษของกาแฟ Galapagos Santa Cruz มาจากพื้นที่ปลูกกาแฟที่อาจจะรู้สึกแปลกใจว่าสามารถปลูกได้ที่เกาะกาลาปากอส แต่แท้จริงแล้วอัตราส่วนที่น่าสนใจของความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินกับระดับน้ำทะเล ทำให้นักสำรวจของเนสเพรสโซทราบว่าเกาะกาลาปากอสอยู่ในระดับความสูง 1,250เมตร เทียบเท่ากับเหนือน้ำทะเลบนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะที่ดีของการปลูกกาแฟสายพันธุ์   อาราบิก้า ถึงแม้เกาะกาลาปากอสจะอยู่ตรงเส้นศูนย์สูตรที่ทำให้ได้รับแสงจากอาทิตย์โดยตรง แต่แท้จริงแล้วเกาะแห่งนี้มีกระแสน้ำเย็นฮัมโบลท์จากเปรูพัดผ่านมาช่วยทำให้เกาะแห่งนี้เย็นลง นอกจากนี้ยังมีกระแสน้ำอุ่นคลอมเวลล์ที่พัดลมเย็นผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางธรรมชาติ ก่อให้เกาะกาลาปากอสกลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งต้นกำเนิดกาแฟที่สำคัญของการค้นพบครั้งนี้ ที่คุณจะหลงใหลไปกับรสชาติกาแฟที่สอดแทรกเรื่องราวของการเดินทางของเนสเพรสโซ

ร่วมค้นพบกาแฟทั้ง 4รสชาติของ Nespresso Explorations 2018 box (เนสเพรสโซ เอ็กซ์พลอเรชั่น บ็อกซ์ 2018) ได้เร็วๆ นี้ (เริ่มจำหน่ายวันที่ 24 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป) ที่ Nespresso boutique ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1, Nespresso PopUp Boutique Emquartier Helix Quartier ชั้น G, Nespresso Central Embassy ชั้น 2, โทรฟรี 1800019090, เว็บไซต์ www.nespresso.com หรือแอปพลิเคชั่นมือถือ Nespresso และสามารถติดตามข่าวสารรวมทั้งกิจกรรมของNespressoได้ที่ Facebook.com/Nespresso.thailand, Instagram: @Nespresso.th #NespressoTH

นับเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญของคอกาแฟ ที่จะได้สัมผัสเรื่องราวอันน่าประทับจากแหล่งที่มาของเมล็ดกาแฟหายาก แบบที่ไม่ควรพลาด!

ขออนุญาตใช้เนื้อหา