สูตร เสือร้องไห้ พร้อมเล่าตำนานที่มาของชื่อ

Home / สูตรอาหาร / สูตร เสือร้องไห้ พร้อมเล่าตำนานที่มาของชื่อ
กินข้าวกัน ย่าง เนื้อ เสื้อร้องไห้

เสือร้องไห้ หลายคนได้ยินชื่อนี้แล้วคิดว่าได้กินเนื้อเสือ แต่มันคือส่วนของเนื้อวัว เป็นเนื้อที่อร่อยที่สุดคือส่วนหน้าอก ที่นำมาย่างด้วยไฟอ่อน มันที่อยู่ในเนื้อไหลออกมาโดนไฟเตาถ่านจนเป็นควันหอมฉุย แต่หลายคนสงสัยว่าทำไมถึงต้องชื่อว่า เสือร้องไห้ เพราะมันอร่อยจนเสือต้องน้ำตาไหล เป็นการบรรยายายผ่านชื่อเมนูว่ามันอร่อยจริงๆ ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ

ส่วนผสม

  • เนื้อวัวส่วนหน้าอกติดมัน 500 กรัม
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • พริกไทย (ตำละเอียด) 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. แล่เนื้อเป็นแผ่นหนาประมาณ 1 เซนติเมตร
  2. หมักด้วยเครื่องปรุง น้ำปลา ซีอิ๊วขาว เกลือป่น และพริกไทยตำละเอียด คลุกเคล้าให้เข้าเนื้อ แช่ตู้เย็น 2 ชั่วโมง หรือ 30 นาที แล้วแต่สะดวก ถ้าอยากให้นุ่มก็นานหน่อย
  3. เมื่อเนื้อหมักเสร็จแล้วนำมาย่าง ด้วยไฟร้อนปานกลาง แนะนำให้ย่างด้วยเตาถ่าน จะได้เนื้อที่หอม
  4. นำเนื้อมาหั่นให้พอดีคำ เตรียมจิ้มกับน้ำแจ่วได้เลย

ดูสูตรน้ำจิ้มแจ่วได้ที่นี่ https://goo.gl/xO9JGE

เรียบเรียงโดย food.mthai

ดูคลิปอื่นๆ เพิ่มเติม กินข้าวกัน


ตำนานของเสือร้องไห้

“เสือร้องไห้” ชื่อน่ากลัว เพราะมีคำว่า “เสือ” อยู่ด้วยนั่นเอง ใครที่เอ่ยถึง “เสือ” คนที่รับฟังต้องหวาดผวาทุกคนเชียว ยิ่งเป็น “เสือร้องไห้” ด้วยแล้วก็น่าจะหมายความว่าเสือที่กำลังเศร้าโศกเสียใจอะไรอยู่อย่างแน่นอน “เสือร้องไห้” คืออะไรกัน? คุณเชื่อไหมว่ามีที่มาของ “เสือร้องไห้” อยู่แล้วตามประวัติที่เล่าขานกันมาเนิ่นนานทีเดียว เสือลายพาดกลอนตัวหนึ่ง ไปไล่วัวมาได้ตัวหนึ่งก็มากัดกินเนื้อวัวอย่างเอร็ดอร่อยทีเดียว กินจนอิ่มหมีพีมันมากในอาหารมื้อนี้ บังเอิญเหลือเนื้ออีกส่วนหนึ่ง เสือลายพาดกลอนตัวนี้ก็กินต่อไปอีกทั้งๆ ที่ตัวเองก็อิ่มแปล้ไปแล้ว ฝืนใจกินเนื้อส่วนนี้อีกคำสองคำก็ยังดี คงจะเป็นแบบที่คนที่ชอบกินและท้องอิ่มปากอยากนั่นเอง พอกินเนื้อส่วนนี้เข้าไป เสือลายพาดกลอนตัวมหึมาตัวนี้ก็มีความรู้สึกทันทีว่า ทำไมหนอเนื้อวัวตรงนี้มันช่างไม่เหมือนส่วนอื่นที่กินมาก่อนเลย ทำไมมันจึงเอร็ดอร่อยถึงปานนี้? อร่อยมากเหลือเกิน อร่อยจริงๆ เนื้อส่วนนี้เองที่เป็นเนื้อติดมันแข็งๆ แทรกอยู่ในเนื้อนั่นเอง จะกินต่อไปก็ไม่ไหว เพราะท้องอิ่มบรรจุอาหารอีกไม่ได้แล้วกินไม่เข้า จึงได้อแต่นั่งเพ่งมองดูเจ้าเนื้อวัวที่แสนอร่อยส่วนนี้ที่ยังเหลืออยู่มากมาย ตนเองมัวไปกินเนื้อส่วนอื่นๆ ของวัวทั้งตัวด้วยความตะกละตะกลาม นึกได้อย่างนี้เสือลาดพาดกลอนตัวนี้ก็น้ำตาไหลด้วยความเสียดาย นึกเจ็บใจตัวเองที่ขย้ำเนื้อวัวส่วนอื่นจนอิ่มหาที่ว่างในกระเพาะไม่ได้เลย เสือร้องไห้เสียดายเนื้ออร่อย เสียใจตนเองที่ไม่คิดหน้าคิดหลัง เอาแต่กินไปท่าเดียว กินเนื้อส่วนที่ไม่อร่อยไปมากจนอิ่ม เอาเนื้อที่อร่อยทิ้งไปได้ นี่แหละ “เสือร้องไห้” จึงเกิดขึ้นอย่างนี้ คนเราเอาเนื้อส่วนที่ว่านี้มาปรุงอาหารรับประทานกัน แล้วก็คิดถึงเรื่องเสือร้องไห้ขึ้นมา เลยเอาชื่อ “เสือร้องไห้” มาตั้งเป็นชื่ออาหารพิเศษจานนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก wikipedia

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา