สาวคลอดลูกในรพ.ญี่ปุ่น รีวิวอาหารในโรงพยาบาลที่น่ากินสุดๆ

Home / แนะนำความอร่อย / สาวคลอดลูกในรพ.ญี่ปุ่น รีวิวอาหารในโรงพยาบาลที่น่ากินสุดๆ

หลายเหตุผลที่คนป่วยไม่อยากนอนโรงพยาบาลนาน นอกจากร่างกายที่ต้องนอนพักฟื้นแล้ว ต้องมาทรมานจิตใจกับรสชาติของอาหารที่จืดและไม่ถูกปากเอาซะเลย การที่ไม่ให้ผู้ป่วยทานอาหารรสจัดหรือเครื่องปรุงเยอะๆ ก็เป็นที่ควรทำ แต่การที่อาหารที่ไม่มีเครื่องปรุงรสจัดก็ไม่จำเป็นต้องมีรสชาติที่จืด ไร้สีสันเสมอไป วิธีการทำอาหารให้อร่อยโดยไร้สารปรุงแต่งก็มีเยอะแยะ และนี่คือ 12 เมนู จากหญิงที่คลอดลูกที่โรงพยาบาลประเทศญี่ปุ่น เธอได้แชร์ 12 เมนูที่เธอได้ทานในช่วงที่อยู่ในห้องพักฟื้น ตลอดทั้ง 12 มื้อนั้น เธอได้รับอาหารที่หน้าตาน่ารับประทานและไม่ซ้ำกันสักมื้อ ทำเอาสตรีตั้งครรภ์หลายคนต่างอิจฉา อยากจะไปคลอดลูกที่ญี่ปุ่นบ้าง อาหารดีทำให้ผู้ป่วยกินได้เยอะ ร่างกายฟื้นไว ดีต่อใจและก็ดีต่อกายด้วยค่ะ

สาวคลอดลูกในรพ.ญี่ปุ่น รีวิว 12 เมนูอาหารในโรงพยาบาลที่น่ากินสุดๆ

ข้าวห่อไข่ สลัดมะกะโรนี ซุปไก่ หมึกชุบแป้งทอด ผลไม้ ชาเขียว

พาสต้าเห็ด สลัดมันฝรั่ง สลัดบร็อคโคลี่และเบคอน ซุปไก่ ผลไม้ ขนมปัง ชาเขียว

ไก่ไม่มีกระดูกกับสลัดกะหล่ำปลี มะระผัด เต้าหู้ทอดราดซอสดาชิ สลัดแครอท ข้าว ซุปมิโซะ

แซลมอน เต้าหู้ สลัดผักโขม นัตโตะ ซุปมิโซะ

ปลาทอดราดซอสทาร์ทาร์ มันฝรั่งเผา สลัดสาหร่ายฮิจิกิ ผักโขมและแครอทผัด

ชีสกามองแบร์และลูกเกด เนื้อวัวย่าง มันฝรั่งบด ฟักทอง รากบัวราดน้ำเกรวี่ ซุปข้าวโพด ข้าว สลัด ทีรามิสุ ผลไม้

ไก่ราดซอสเห็ด ฟักทองและเนื้อหมูต้ม สลัดแครอทหัวไชเท้า ข้าว ซุปมิโซะ ไข่ตุ๋น

ปลาค็อด สลัดกะหล่ำปลี สลักพาสต้า มันเทศและถั่ว ข้าว ชาเขียว

แซลมอนกับซอสเห็ด โซบะ ข้าว มะเขือม่วงกับเนื้อวัว บร็อคโคลี่ สลัดสาหร่ายฮิจิกิ

ปลาแม็คเคอเรล สาหร่ายคมบุ นัตโตะ สลักผักโขม ซุปมิโซะ ข้าว นม ชาเขียว

ผักลวก เนื้อต้มมันฝรั่ง แตงกวาและสลัดข้าวโพดอ่อน ข้าว ซุปมิโซะ ชาเขียว

ปลา Sea Bream สลัดพาสต้า ลูกชิ้นไก่ ไชเท้าดอง ข้าว ซุปมิโสะ ไข่ตุ๋น ชาเขียว

พอหญิงสาวได้โพสต์รูปภาพอาหารในโรงพยาบาลจนกลายเป็นไวรัลให้คนทั่วโลกอยากจะมาคลอดที่โรงพยาบาลนี้กันทั้งนั้น เมนูที่น่ารับประทานแบบนี้จะเป็นเหมือนกันทุกโรงพยาบาลหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะคะ ส่วนอาหารโรงพยาบาลอร่อยๆ ในประเทศไทยก็มีเหมือนกัน แต่เรื่องแบบนี้ต้องลองดูกับตัวค่ะ หากไม่เจ็บป่วยจริงๆ คงไม่ได้เข้าไปกินอาหารโรงพยาบาลกันได้ฟรีๆ อย่างแน่นอน

ข้อมูลและรูปภาพ : 

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา