อาหารคลีนที่เราเข้าใจคืออาหารคลีนต้องมีแต่ผักผลไม้ งดของทอด ไร้เครื่องปรุง กินแต่ของนึ่งไร้น้ำมัน แต่หารู้ไม่ว่า อาหารคลีนนั้นสามารถปรุงรสได้เล็กน้อย ให้มีรสชาติอร่อยขึ้น สมัยนี้อาหารคลีนมีสีสันมาก ดัดแปลงสูตรให้คล้ายกับเมนูปกติหรือเมนูแซ่บๆ ที่เราชอบ แต่อนุญาตให้อยู่ในปริมาณที่พอดี ปรุงน้อยๆ และเลือกเครื่องปรุงให้ถูกต้อง หุ่นไม่พัง แถมรสชาติอร่อยถูกปาก ใครที่เป็นมือใหม่ของวงการอาหารคลีน แนะนำให้ซื้อเครื่องปรุงสำหรับคลีนติดไว้ในครัว เครื่องปรุงสำหรับทำอาหารคลีนมีดังนี้
น้ำมันคาโนลาสกัดจากเมล็ดของต้นคาโนลา ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด เป็นน้ำมันเพื่อคนรักสุขภาพ มีทั้งแบบขวดและแบบสเปรย์ เอาไว้ใช้ผัดกับเนื้อสัตว์
สายคลีนไม่มีในครัวถือว่าผิด ต้องซื้อติดครัวเอาไว้เลย น้ำมะกอกมีหลายชนิด มีหลายความบริสุทธิ์ให้เลือก แต่ละแบบมีความเป็นกรดไม่เท่ากัน และบางตัวก็ไม่เหมาะกับเมนูทุกชนิด อย่างน้ำสลัด หรือเมนูที่ไม่ผ่านความร้อนต้องเลือกใช้ น้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์ (Pure Olive Oil) หากโดนความร้อนจะทำให้รสชาติเสีย ถ้าใช้กับของทอดหรือผัด ควรเลือกน้ำมันมะกอกชนิดคุณภาพต่ำลงมา
เมนูผัดแบบคลีนๆ ใช้น้อยๆ น้ำมันรำข้าวมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระนานาชนิด ถึงแม้นำมาทำอาหารโดยการใช้ความร้อนสูงๆ แต่น้ำมันชนิดนี้ก็ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
ทำอาหารเสร็จ ก็ต้องโรยพริกไทยเพื่อความหอม และช่วยทำให้รสชาติอาหารคลีนกลมกล่อม มีความเผ็ดนิดๆ แต่เป็นความเผ็ดที่มีประโยชน์ เพราะพริกไทยช่วยต่อต้านความอ้วน ช่วยเผาผลาญพลังงาน เป็นเครื่องปรุงที่ควรมีในเมนูอาหารคลีน
โซเดียมเป็นสิ่งที่ไม่ควรนำมาทำอาหารคลีน โซเดียมมักคนมาจากเครื่องปรุงเค็ม แต่เกลือเป็นความเค็มที่สามารถนำมาปรุงอาหารคลีนได้ แต่ใช้น้อยๆ เกลือเป็นเครื่องปรุงที่มาธรรมชาติ ปราศจากสิ่งปรุงแต่ง และมีปริมาณความเค็มเหมาะสมที่ร่างกายต้องการ
ความหวานแทนน้ำตาล สมัยนี้มีขายทั่วไป หาซื้อง่าย อย่างเช่น “ซูคราโลส” สารให้ความหวานที่ไม่มีพลังงาน แต่มีความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายหลายเท่า และอีกอย่างคือ “หญ้าหวาน” ความหวานที่มีมากกว่าน้ำตาลทรายหลายเท่าเช่นกัน ทนความร้อนได้ สามารถทำอาหารได้หลายชนิด ง่ายๆ คือใส่แทนน้ำตาลทรายได้ทุกอย่าง
ใครติดซอส ติดน้ำปลา หรือเครื่องปรุงต่างๆ ที่ทำให้อาหารกลมกล่อม แต่ก็มีโซเดียมมากถึงมากที่สุด ใครไม่สามารถลาขาดจากเครื่องปรุงเหล่านี้ได้ สมัยนี้มีเครื่องปรุงที่ทำออกมาขายในรูปแบบที่ลดโซเดียมลง โดยใช้เกลือโปแตสเซียมแทนโซเดียม ทำให้เกิดให้มีรสเค็มเหมือนกัน แต่ถึงแม้ฉลากที่ขวดจะบอกว่าโซเดียมต่ำ แต่เราก็ต้องปรุงในปริมาณให้น้อยที่สุด